Wednesday, August 03, 2016

เวลา.. มีค่ากว่าเงิน

• เวลามีค่ากว่าเงิน หาใหม่ไม่ได้
แต่เราก็มักเอาสิ่งที่มีค่ากว่าเงินนั้น
ไปทุ่มเทไม่อั้นให้กับความเจ็บใจ
ความกังวล และความขี้เกียจ

• ใช้ชีวิตเป็น ก็ใช้เงินเป็น
แต่ใช้เงินเป็น ยังไม่แน่ว่าจะใช้ชีวิตเป็น

” อย่าแลกเอาเงินไร้หัวใจมา
ด้วยการทิ้งเวลาในชีวิตไปจนหมด “

ตอนกระเป๋าแห้งกลัวคนอื่นรู้ว่าตัวเองไม่มีเงิน
ตอนกระเป๋าตุงกลัวคนอื่นรู้ว่าตัวเองมีเงิน

ขณะที่คนมากมายจ้องดูว่าคุณบินได้สูงแค่ไหน
มีเพียงน้อยคนที่ห่วงใยว่าคุณบินเหนื่อยไหม

ถ้าข้าพเจ้ามีเวลาแปดชั่วโมงในการตัดต้นไม้
ข้าพเจ้าจะใช้เวลาหกชั่วโมงในการลับขวานให้คม

4 สิ่งในโลก .. ที่เงินซื้อไม่ได้ คือ ..
“ความรัก” , “เวลา” , “ชีวิต”, และ “มิตรแท้”

คนเรา เจ็บปวดครั้งแรก พอที่จะโทษคนอื่นได้ .. แต่เจ็บปวด ครั้งที่สอง มีแต่ “ต้องโทษตัวเอง”
ท้อแท้ได้ แต่อย่า “ท้อถอย” ..อิจฉาได้แต่อย่า “ริษยา” พักได้แต่ “อย่าหยุด”
เพื่ออะไร ‘กับการรอคอย’ ที่ ‘ไม่มีความหมาย’
เมื่อวาน ‘ก็สายเกินแก้’ พรุ่งนี้ ‘ก็สายเกินไป’
แม้แต่นิ้วของคนเรา ‘ยังยาวไม่เท่ากัน’ นับประสาอะไรกับ ‘ความยั่งยืนของชีวิต’
โลกใบนี้เต็มไปด้วย “ความมหัศจรรย์” ถ้าไม่ออกเดินทางก็ “ไม่มีวันค้นพบ”
ตึก ยังรู้พัง ‘สตางค์’ ยังรู้หมด แต่ ‘ไมตรี’ อันสวยสดไม่มีหมดเหมือนสตางค์
บางครั้ง เราก็เหมือน “คนตาบอด” มีวิธีเดียวที่จะพาเรามุ่งหน้าไปได้ คือ “การคลำทางเดินหน้าต่อไป”

Wednesday, January 30, 2013

25 เคล็ดลับความสำเร็จของ Steve Jobs








"เขาว่ากันว่ามีแอ็ปเปิ้ลสามลูกที่เปลี่ยนโลกใบนี้ แอ็ปเปิ้ลลูกแรกคือ ลูกที่อดัมและอีฟกินเข้าไป แอ็ปเปิ้ลลูกที่สองคือ ลูกที่ตกใส่หัวของเซอร์ไอแซ็ค นิวทัน ทำให้เขาค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลก และแอ็ปเปิ้ลลูกที่สาม คือ แอ็ปเปิ้ลของสตีฟ จ็อบส์"


สตีฟ จ็อบส์ อุทิศชีวิตให้กับการคิดนอกกรอบ เขาทำให้เส้นกั้นอันหนาเตอะระหว่างสุนทรีย์แห่งความงามและความกระด้างแห่งวิศวกรรมกลายเป็นเพียงเส้นใยอันบางเบา ผลลิตทางความคิดนี้ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่พลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมดนตรี และขับเคลื่อนพลโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว เขาสมควรได้รับการยกย่องในฐานะนักประดิษฐ์แห่งสหัสวรรษที่สาม


ข้อคิดดีๆ ต่อไปนี้ คือผลพวงจากการตามติดชีวิตของเขา ทั้งในยามยากและยามรุ่งโรจน์ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการทำงาน ในชีวิตจริงเราคงอาจฝันถึงความเป็นสุดยอดเฉกเช่นเขา แต่จะเป็นจริงได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล อย่างไรก็ตามอย่างน้อยที่สุดการได้พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นทุกวัน ก็น่าจะพอแล้ว มาปลุกวิญญาณความเป็น สตีฟ จ็อบส์ ในตัวเราด้วยกันเถอะ


1. Beginners don't have baggage - เริ่มอย่างไร้กังวล
เริ่มต้นเล็กแต่คิดใหญ่ ผู้ที่เพิ่งจะเริ่มต้นทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเริ่มจากศูนย์แล้วนับหนึ่ง จากเอแล้วไปบี มักเป็นคนที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ดีๆ "ผมไม่รู้คุณค่าของปรัชญานี้จนกระทั่งผมโดนเฉดหัวออกจากแอ็ปเปิ้ลครั้งแรก นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับผมเลยทีเดียว ความกดดันในความสำเร็จถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกโปร่งโล่งสบายของการเป็นผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น ไม่ต้องกังวลกับสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น เป็นช่วงเวลาที่ผมมีความคิดสร้างสรรค์และมีไอเดียกระฉูดมากที่สุด"

2. Be bold - จงห้าวหาญ
สตีฟมักย้ำถึงการทำสิ่งที่ชัดเจนด้วยความกล้าและปราศจากความกลัว เขากล่าวว่า "ชีวิตคนสั้นนัก จะตายเมื่อไหร่ไม่รู้"

3. Be what's next - มองหาสิ่งใหม่
มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นอยู่เสมอ จงเรียนรู้ อย่าฟูมฟายกับอดีตที่จบไปแล้ว อย่าคร่ำครวญกับสิ่งที่หายไป เราควรที่จะคิดถึงสิ่งใหม่ๆในชีวิตของเราที่ยังรอการค้นพบ บางครั้งก้าวแรกอาจจะแสนยาก แต่จงเริ่มต้นทำ และความกล้าหาญจะเกิดขึ้นตามมา "ถ้าผมได้บริหารแอ็ปเปิ้ล ผมคงจะมุ่งพัฒนาให้แม็คอินทอชเป็นผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่าสุดๆ ด้วยการคิดค้นลูกเล่นใหม่ๆ สงครามพีซีมันจบนานแล้ว และไมโครซอฟท์คือผู้ชนะ"

4. Design by committee doesn't work. - อย่าให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาตัดสินชี้ชะตา
มันเป็นเรื่องยากที่จะออกแบบอะไรซักอย่างตามความต้องการของพวกคนที่มานั่งประชุมกัน คนเราส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าอยากได้อะไรจริงๆ จนกว่าจะได้เห็นสิ่งนั้น"

5. Design is more than veneer - การออกแบบไม่ใช่การสร้างเปลือกนอกเพื่อห่อหุ้ม แต่มันคือสิ่งที่มีมิติและมีองค์ประกอบซ้อนกันหลายชั้น
"ในบริบทของใครหลายคน การออกแบบเป็นแค่การสร้างเปลือกนอก เป็นแค่การตกแต่งภายใน เปรียบเสมือนผ้าหุ้มโซฟา แต่สำหรับผมแล้ว การออกแบบคือจิตวิญญาณขั้นต้นของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ที่มีหัวใจของการออกแบบที่ดีแสดงออกถึงพิ้นผิวของมัน ซึ่งทับซ้อนกันอยู่หลายระดับ"

6. Don't live someone else's life - จงใช้ชีวิตในแบบของคุณ
"ช่วงเวลาชีวิตสั้นนัก อย่าปล่อยเวลาให้เสียเปล่าด้วยการทำตามผู้อื่น อย่ายึดติดกับกฎเกณฑ์ข้อบังคับ และอย่าปล่อยใจไปตามความคิดของคนอื่น เหนือกว่าสิ่งอื่นใด ทำตามที่หัวใจคุณเรียกร้องและสัญชาตญาณ"

7. Drive to do great things - ค้นหาความทะเยอทะยานและปรารถนาที่แท้จริงของคุณให้พบ
"นึกถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และทำมันให้แตกต่างจากคนอื่น หนทางเดียวที่จะสร้างผลงานยิ่งใหญ่ได้ก็คือรักในสิ่งที่คุณทำ จงสร้างความประทับใจให้ตัวเองมิใช่ผู้อื่น"

8. Excellence is a way of life - มองหาความเป็นเลิศ
สตีฟได้บรรลุแนวทางนี้ด้วยการนำศิลปะและวิศวกรรมมาเรียงร้อยด้วยกันอย่างลงตัว เขาได้ยกระดับของสุนทรีย์แห่งการออกแบบให้สูงขึ้น "คุณภาพและความงามคือเป้าหมายสูงสุด หลายคนมักไม่คุ้นเคยกับสภาวะการทำงานที่ต้องอาศัยความเป็นเลิศ เพราะไม่ต้องใช้มันบ่อยนัก ถึงกระนั้นความเป็นเลิศคือหัวใจสำคุญที่สุดของการทำงาน"

9. Get out of the way for the moving force - จงอย่าเป็นตัวถ่วง
สตีฟไม่เคยเก็บคนไร้ประโยชน์เอาไว้ เขาตระหนักดีว่าคนที่ทำงานคือพวกที่สร้างประโยชน์ "หน้าที่หลักของผมคือทำให้คนที่ทำงานจริงๆ นั้นอยู่ดีมีสุข และเก็บพวกคนที่ไม่ทำงานเอาไว้ให้ห่างจากคนที่มีประโยชน์เหล่านี้"

10. If they fall in love with the company, everything else takes care of itself - มองหาคนทำงานที่มีความรักทุ่มเทให้กับองค์กร
"จริงอยู่ที่สมรรถภาพคือตัวแปรแห่งความสำเร็จ แต่คนทำงานเหล่านั้นจะรักบริษัทหรือเปล่า ผมเชื่อมั่นว่าถ้าเขารักแอ็ปเปิ้ล เขาจะนำพาแต่สิ่งที่ดีที่สุดมาสู่แอ็ปเปิ้ล ไม่ใช่ทำเพื่อตัวผมหรือตัวเองหรือใครก็ตาม"

11. It better be worth it. - ไม่ลองไม่รู้ จงทำให้ดีที่สุด อย่ามัวแต่หยุดนิ่งอยู่กับที่
"เมื่อเราได้เลือกแล้วว่าจะทำอะไร ฉะนั้นจงเชื่อว่ามันจะออกมาดีคุ้มค่าเหนื่อย"

12. It's not the money. It's the impact.- เงินไม่ใช่คำตอบของชีวิต คุณค่าของเราอยู่ที่การได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่โลก
"ผมไม่แคร์หรอกว่าจะได้นอนกอดเงินเป็นล้านอยู่ในหลุมศพ สิ่งสำคัญสำหรับผมคือการได้ระลึกถึงสิ่งดีงามที่เราได้ทำลงไปก่อนเข้านอน"

13. It's the crazy ones who change the world - จงคิดนอกกรอบ
กล้าทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น คนที่บ้าพอที่จะทำในสิ่งที่ไม่เหมือนใครสามารถเปลี่นแปลงโลกได้ เพราะสิ่งนั้นคือผลพวงของอัจฉริยะ

14. Innovation distinguishes between a leader and a follower.- สร้างนวัตกรรมใหม่
นวัตกรรมจะเป็นตัวชี้วัดว่าใครเป็นผู้นำ ใครเป็นผู้ตาม จ้างคนที่ต้องการทำสิ่งที่ดีที่สุดในโลกมาทำงาน ถึงแม้คุณจะมีคนทำงานเก่งกาจมากมาย คุณต้องเป็นผู้นำ ทำหน้าที่ชี้นำให้พวกเขาทำงานร่วมกันเป็นทีม "นวัตกรรมไม่ได้เกิดจากการหว่านเม็ดเงิน มันเกิดจากการใช้มันสมองของคนให้เต็มที่ด้วยการเป็นผู้นำที่ดี ตอนที่เราคิดค้นเครื่องแม็คขึ้นมา ไอบีเอ็มใช้เงินลงทุนมากกว่าเรา 100 เท่า มันอยู่ที่คนของคุณ อยู่ที่แนวทางของการนำพาคนเหล่านั้น"

15. Make people great. - เคี่ยวเข็ญคนของคุณให้เป็นคนเก่ง
"ผมจะไม่ทำตัวเหลาะแหละกับลูกน้อง หน้าที่ผมคือเขี่ยวเข็ญให้พวกเขาเก่งยิ่งขึ้นไปอีก"

16. Perseverance pays off.- ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น
สตีฟเชื่อว่า "ครึ่งหนึ่งขององค์ประกอบทั้งมวลแห่งความสำเร็จของพวกนักลงทุนทางการเงินคือความวิริยะอุตสาหะ"

17. Put your heart and soul into it - จงทำมันให้เต็มที่ เพราะเป้าหมายมีไว้พุ่งชนและพิชิต
"กุญแจสำคัญคือความไม่กลัว ทำงานด้วยหัวใจและจิตวิญญาณแห่งการบรรลุเป้าหมาย"

18. Pick your priorities carefully - ลำดับความสำคัญอย่างระมัดระวัง
การมีไอเดียดีๆ ในหัวเป็นร้อยเรื่องคือสิ่งที่ยอดเยี่ยม แต่มันจะกลายเป็นเรื่องเยี่ยมที่สุด หากเราลำดับความสำคัญให้ดี "การเพ่งความสนใจให้กับทุกเรื่องในหัวเป็นสิ่งดี แต่นั่นไม่ใช่คำตอบแห่งความสำเร็จ ควรยึดมั่นในบางอย่างก็พอ แล้วปล่อยที่เหลือเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งไปสนใจ"

19. Simplicity wins - ความเรียบง่ายคืออาวุธลับและอำนาจที่จะทำให้พิชิตความสำเร็จ
"เราควรตรวจสอบขั้นตอนการทำงาน และขจัดความยุ่งยาก ด้วยการตั้งคำถามว่า เราจะทำให้มันเรียบง่ายมากขึ้นและแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นได้ในเวลาเดียวกันได้หรือไม่"

20. Talent is a huge multiplier.- พรสวรรค์ทำให้เกิดการแตกหน่อ คนเก่งมักดึงคนเก่งให้มาอยู่ด้วยกัน
"ประสบการณ์สอนผมว่า การที่เราได้คนเก่งมาร่วมงาน ทำให้องค์กรสามารถดึงคนเก่งจากที่อื่นมาร่วมงานได้มากขึ้น ทั้งนี้โดยธรรมชาติของคนพวกนี้ มักชอบทำงานกับคนเก่งด้วยกัน"

21. Take responsibility for the complete user experience.- ความคิดเห็นจากผู้ใช้และลูกค้าคือเสียงสำคัญ
"ดีเอ็นเอของเราคือบริษัทที่คำนึงถึงผู้บริโภค เสียงตอบรับไม่ว่าดีหรือร้าย บวกหรือลบ ล้วนแล้วแต่มีบทบาทเท่ากันในการปรับปรุงการให้บริการ หน้าที่ของเราคือการรับผิดชอบต่อสิ่งที่ลูกค้าได้รับจากเรา"

22. What you don't do defines you as much as what you do - "ผมมีความภูมิใจในสิ่งที่ยังไม่ได้ลงมือทำเท่ากับสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว"

23. You have nothing to lose.- ไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้ว
ทำด้วยใจ สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ด้วยความรัก "อีกไม่กี่วันพวกเราก็ตายแล้ว ฉะนั้นอย่าไปคิดว่าเราได้สูญโอกาสไปแล้วเท่าไหร่ การคิดแบบนี้เหมือนกับดักทางความคิด ให้คิดว่าเราได้เปลือยกายจนล่อนจ้อน จะมีเหลืออยู่ก็แต่ร่างกายและหัวใจ จงทำทุกอย่างให้เต็มที่"

24. You just might be right, even if nobody listens to you. -การที่ไม่มีใครฟังคุณ ไม่ได้หมายความว่าคุณผิด
สทีฟเคยเจอกับตัวเอง เลยเล่าให้ฟังงว่า "คุณรู้มั้ย ผมเคยมีแผนการวิเศษที่จะช่วยกู้ชีพแอ็ปเปิ้ลได้ มันเป็นวิธีที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ผมไม่สามารถบอกใครได้ เพราะไม่มีใครยอมฟัง" อุทาหรณ์ของเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การที่ไม่มีใครฟังคุณเลย ไม่ได้หมายความว่าคุณผิด

25. Your brand is your most valuable asset - จุดยืนของตัวเองคือสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุด
นั่นคือคุณแตกต่างจากคนอื่น ทำให้คนอื่นทราบว่านี่แหละคือตัวคุณ นี่แหละคือออร่าของคุณ

"เมื่อพูดถึงแอ็ปเปิ้ล แบรนด์ของเราคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในสายตาผม"


ที่มา:sanook.com

Monday, January 30, 2012

+++++ "น้าเน็ก" คำคมๆ มากมายจากผู้ชายหน้าหนวด +++++

จาก tweeter น้าแน็ก ครับ

- ที่ผ่านมาทั้งชีวิตผมก็แค่ทำในสิ่งที่ผมรัก แต่ทุกๆคนทำให้มันกลายเป็นสิ่งมีค่า...ขอบคุณทุกกำลังใจครับ^^9:56 PM - 27 Jan 12

- "อย่างไรก็ตามความรักก็เป็นสิ่งมีค่าต่อมนุษย์ทุกผู้นาม ไม่ว่าจะครอบครองมันในแบบสุขสมหวัง หรือแม้กระทั้งในรูปแบบของความโศกเศร้าผิดหวัง"7:32 PM - 26 Jan 12

- "ไม่มีใครอยากอยู่อย่างโดดเดี่ยว ในขณะที่ก็ไม่ได้อยากสุงสิงกับคนแปลกหน้า และจะสบายใจมากถ้าได้อยู่ท่ามกลางผู้คน...บนความเป็นส่วนตัว" 11:01 AM - 19 Jan 12

- "อย่าใช้คนอื่นยืนยันการมีตัวตนของเรา ว่างก็โทรหาคนอื่น กินอะไรต้องถามคนอื่น สวมใส่อะไรถามคนอื่น ไปเที่ยวไหนถามคนอื่น ดีใจ-เสียใจเพราะคนอื่น" 10:42 AM - 19 Jan 12

- "คุณค่าของสิ่งที่เรียกว่าความสำเร็จอยู่ที่หนทางไปสู่มัน มิใช่การครอบครองเป็นเจ้าของมัน" 1:50 AM - 19 Jan 12

- "หากหัวใจยังเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของคนหนุ่มสาว อายุที่มากก็ไม่ได้แปลว่าแก่" 1:45 AM - 19 Jan 12

- "เอาเข้าจริงแล้วสมบัติชิ้นเดียวของทุกคนคืออดีต เพราะปัจจุบันกำลังจากไปทุกวินาที และอนาคตเป็นสิ่งที่เราไม่มีทางรู้เลยว่ามันมีเหลือเท่าไหร่" 1:41 AM - 19 Jan 12

- "อย่านึกว่าทุกยิ้มที่เห็นนั้นหมายถึงความสุข เพราะมันอาจกำลังทำหน้าที่ปกปิดความเศร้าที่อยู่ในใจ"4:34 PM - 13 Jan 12

- ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะค้นหา "ความเป็นตัวของตัวเอง" และที่ยากกว่าก็คือการดูแลปกป้องมัน แต่เชื่อเถอะมันคุ้มค่ามากพอที่จะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อมัน12:53 AM - 11 Jan 12

- การได้พบ "ใครบางคน" ไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นวัน-เวลาที่แสนมีความสุข หากแต่ยังเป็นการยำ้เตือนให้รู้ว่าชีวิตที่ผ่านมาของเรานั้นขาดหายอะไรไป...1:21 AM - 10 Jan 12

- ในโลกมีคนอยู่สองประเภท ประเภทแรกเห็นแสงแดดแล้วกลัวดำ กับประเภทหลังที่เห็นแสงแดดแล้วสุขใจว่าธรรมชาติยังคงรูปรอยของมัน4:38 PM - 28 Dec 11

- ภาษาวิบัติในโซเชี่ยลฯไม่ใช่เรื่องต้องตำหนิ,กล่าวโทษใคร ทำได้เพียงไว้อาลัยที่ความสวยงามของมันโดนฆ่าตายโดยฆาตกรที่ใช้ข้ออ้างว่า~"ศัพท์วัยรุ่น"8:37 PM - 5 Dec 11

- ถ้าพ่อไม่ได้ใช้เฟสบุ๊ค,บีบี ก็อย่ามาขึ้นสเตตัสบอกรักพ่อเลยครับ บอกท่านด้วยตัวเองคนเดียว น่าประทับใจกว่าเที่ยวประกาศในโชเชี่ยลเน็ตเวิร์ค3:56 AM - 5 Dec 11

- จะมัวแต่มองไปยังคนอื่นเพื่อที่จะอยากเป็นอย่างเขาทำไมเล่า ในเมื่อเรามีสิ่งที่ควรเป็นนั่นคือตัวเราซึ่งเป็นแบบฉบับเฉพาะบุคคลที่น่าภาคภูมิใจยิ่ง4:26 PM - 29 Nov 11

- "แม้กล่องของขวัญจะสวยขนาดไหน แต่สุดท้ายก็ถูกฉีกเพราะคุณค่าอยู่ที่ของข้างใน...คนเราก็เช่นกัน ความสำคัญนั้นอยู่ภายในจิตใจ...หาใช่หน้าตา"
4:12 PM - 29 Nov 11

- ถ้าปรารถนาจะมีชีวิตที่มีความสุข เงินเป็นแค่เครื่องมือหนึ่งหาใช่จุดหมาย...อย่าใช้ทั้งชีวิตเพื่อก้มหน้าก้มตาหาแต่มัน9:51 AM - 29 Nov 11

- หากมองสิ่งรอบข้างด้วยความเข้าใจ และปรับตัวได้กับทุกสถานการณ์ ตลอดชีวิตเราจะไม่มีวันเจอสิ่งที่เรียกว่า "ปัญหา"1:14 AM - 20 Nov 11

- อย่าเสียใจกับการจากไปของอะไรบางสิ่ง เพราะเอาเข้าจริงมันไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่ไหนแต่ไร11:23 AM - 23 Oct 11

- สำหรับบางคน...ในบางครั้งเราก็ดูแสนดี แต่บางทีก็ดูเลวซะเต็มประดา แล้วควรทำอย่างไร?....คำตอบคือ "ก็แค่เป็นอย่างที่เราเป็น"1:12 AM - 24 Sep 11

- ถ้าเปรียบครอบครัวเหมือนการล่องแพ"ขาดพ่อเหมือนถ่อหัก ขาดแม่เหมือนแพแตก"ไม่มีพ่อก็ไม่รู้ครอบครัวจะไปทิศทางไหน ไม่มีแม่ก็มิอาจเรียกว่าครอบครัว7:55 PM - 8 Aug 11

- ไม่ว่าจะทำอะไรเอาให้สุดๆ เพราะมันเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่เวลาได้บอกใครว่า "ฉันเก่งในสิ่งที่ฉันเป็น" แม้หน้าที่นั้นจะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม9:54 AM - 4 Aug 11

- พ่อเคยสอนว่า...บางครั้ง"โอกาส"ก็เหมือนนำ้ที่สาดมาจากทุกทิศทาง อยู่ที่ว่าเราเตรียมถังนำ้ที่ชื่อว่า"การเตรียมพร้อม"เอาไว้กักตุนมากพอหรือเปล่า 1:54 PM - 3 Aug 11

- คนรวยคือคนที่มีทุกอย่างเหมือนเราแค่ราคาแพงกว่า แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าจะมีความสุขมากกว่า ถ้าอยากแสวงหาความสุข...ความรวยไม่ใช่คำตอบ!9:44 AM - 19 Jul 11

- สิ่งเดียวที่จะตัดสินว่าชีวิตที่เรามีนั้นดีหรือเลวก็คือ "ทัศนคติ"...ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้!9:40 AM - 19 Jul 11

- เราจะรู้สึกอุ่นสบายต่อเมื่อได้ห่มผ้าผืนหนาในอากาศหนาวเหน็บ...นั่นแสดงให้เห็นว่าประโยชน์ของความทุกข์นั้นมีไว้เพื่อให้รู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน1:47 AM - 10 Jul 11

- สำหรับผม ชีวิตที่สนุกคือชีวิตที่ยุ่ง...อย่างมีระเบียบ1:44 AM - 10 Jul 11

- ทุกครั้งที่ประสบปัญหา เราใช้เกือบทั้งหมดของสมองไปกับการตื่นตระหนกและวิตกกังวล โดยแทบไม่เหลือเนื้อที่สำหรับคิดแก้ปัญหาเลย ฉะนั้น จงมีสติเสมอ!1:20 AM - 7 Jul 11

- ยามเมื่อยู่ใต้แสงเทียนเราจะรู้สึกโรแมนติคและเป็นสุข ถึงแม้ว่าแสงสว่างนั้นจะเกิดจากการยอมเผาไหม้ตัวเองเพื่อคนรอบข้าง..การเสียสละนั้นดีงามเสมอ9:54 AM - 23 Jun 11

- โดยพื้นฐานแล้วเราทุกคนมีชีวิตที่ดีในแบบของเราอยู่แล้ว ประเด็นอยู่ที่ว่าตัวเรานั้นเห็นดีเห็นงามกับชีวิตของเรารึเปล่า นั่นล่ะที่เรียกว่า "สุข"1:25 AM - 23 Jun 11

++++ผมคิดเสมอว่าคนที่ฟอลโลว์นั้นเป็นสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ในความรับผิดชอบของเรา และผมถามตัวเองทุกครั้งที่ดูทวิตฯว่าผมจะทำอะไรเพื่อพวกคุณได้บ้าง ++++

Thursday, January 12, 2012

ฟังเพลงสร้างกำลังใจกันหน่อยครับ






Iridescent - Linkin Park
Credit Elzadel

" When you were standing in the wake of devastation
ยามคุณกำลังยืนนิ่งอยู่บนเศษซากแห่งการทำลายล้าง

When you were waiting on the edge of the unknown
ยามคุณกำลังรอคอยอย่างไม่รู้อะไรเลย

And with the cataclysm raining down
พร้อมกับความรุนแรงที่กระหน่ำเข้ามา

Insides crying “Save me now”
คุณครวญในใจ "ช่วยด้วยเถิด"

You were there, impossibly alone"
คุณอยู่นั่น, สุดทานทนกับความเดียวดาย


"Do you feel cold and lost in desperation?
คุณรู้สึกหนาวเหน็บและพ่ายแพ้เมื่อสิ้นหวังไหม?

You build up hope, but failure’s all you’ve known
คุณก่อความหวังขึ้นมา แต่กลับพังทลายสิ้น

Remember all the sadness and frustration
จงจดจำทุกความหมองหม่น และความหวาดหวั่น

And let it go. Let it go"
แล้วปล่อยมันไป จงปล่อยมัน..


"And in a burst of light that blinded every angel
ในความสว่างเจิดจ้า จนสายตาเหล่าเทพแทบมัวพร่า

As if the sky had blown the heavens into stars
ราวกับว่าท้องฟ้าทำให้สวรรค์ สลายกลายเป็นเพียงดาว

You felt the gravity of tempered grace
คุณรู้สึกถึงพลังแห่งความดีงาม

Falling into empty space
ร่วงหล่นสู่ความเวิ้งว้างว่างเปล่า

No one there to catch you in their arms
ที่ซึ่งไม่มีใครรับคุณไว้ในอ้อมแขน

Remember all the sadness and frustration
จงจดจำทุกความหมองหม่น และความหวาดหวั่น

And let it go. Let it go"
แล้วปล่อยมันไป จงปล่อยมัน..

"Let it go"
"ปล่อยมันไป"


Tuesday, March 29, 2011

คลิปซึ้งๆ ดูกี่ทีก็น้ำตาไหล

บางทีเราควรหันมามองคนข้างๆบ้าง เวลาเป็นสิ่งมีค่า ควรใช้เวลาดูแลคนที่รักเราและเรารักให้ดีที่สุด


Tuesday, January 11, 2011

สิ่งเดียวที่ผมทำไม่ได้คือ "การยอมแพ้" *~





สิ่งเดียวที่ผมทำไม่ได้คือ "การยอมแพ้" *~
ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ตอนอายุ 4 ขวบ
ชายคนนั้น...เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ
ชายคนนั้น...เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน
ชายคนนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค
ชายคนนั้น...เคยถูกอาจารย์ระบุว่า "สมองช้า ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัว เองตลอดเวลา"
ชายคนนั้น...ชื่อ "อัลเบิร์ต ไอสไตน์" บิดาแห่งปรมาณู

ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอ ยต์
ชายคนนั้น...ลองสมัครใหม่ดูอีกที
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอีกครั้ง
ชายคนนั้น...พยายามเป็นครั้งที่สาม
ชายคนนั้น...ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน
ชายคนนั้น...ได้เป็นทหารสมใจ
ชายคนนั้น...เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลก ครั้งที่สองได้สำเร็จ
ชายคนนั้น...ชื่อ "นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์" ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง

ชายกลุ่มหนึ่ง...เป็นนักดนตรี
ชายกลุ่มนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากผุ้บริหารคนหนึ่งจากบ ริษัทเดคคาเรคคอร์ติ้ง
ชายกลุ่มนั้น...ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า "เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว"
ชายกลุ่มนั้น...มีนามว่า "เดอะ บีเทิลส์" สี่เต่าทองแห่งตำนาน

ชายคนหนึ่ง...เป็นนักกีฬา
ชายคนนั้น...เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียนมัธยม
ชายคนนั้น...เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน
ชายคนนั้น...ชื่อ "ไมเคิล จอร์แดน" หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลก

ชายคนหนึ่ง...เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน
ชายคนนั้น...สูญเสียความสามารถในการฟังลงเรื่อยๆ
ชายคนนั้น...หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี
ชายคนนั้น...ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพล งที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ชายคนนั้น...ชื่อ "ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน" นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก

ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6
ชายคนนั้น...เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมาตลอด
ชายคนนั้น...ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆเมื่อเขากลายเป ็นผู้สูงอายุแล้ว
ชายคนนั้น...ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี
ชายคนนั้น...ชื่อ "วินสตัน เชอร์ชิล" อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี
ชายคนนั้น...เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษาระดับกลางเท ่านั้น
ชายคนนั้น...เคยสอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนในวิชาเคมี
ชายคนนั้น...ชื่อ "หลุยส์ ปาสเตอร์"

ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง
ชายคนนั้น...เคยถูกผู้จัดการของ แกรนด์โอเลโอเพรย์ไล่ออก
ชายคนนั้น...เคยโดนดูถูกว่า "แกมันไปไม่ถึงไหนเลย แกควรกลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า"
ชายคนนั้น...ชื่อ "เอลวิส เพรสลีย์"

หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง
หญิงคนนั้น...ทำงานให้กับบริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจ นซี่
หญิงคนนั้น...เคยโดนผู้อำนวยการบริษัท บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า "เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯ หรือไม่ก็แต่งงานเสียดีกว่า"
หญิงคนนั้น...ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์ หรือที่รู้จักกันในนาม "มาริลีน มอนโร" นั่นเอง

ชายคนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก
ชายคนนั้น...ยื่นใบสมัครกับมหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ด อันเลื่องชื่อ
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธในเวลาต่อมา
ชายคนนั้น...ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจโคลัมเบีย
ชายคนนั้น...สำเร็จการศึกษา
ชายคนนั้น...ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ
ชายคนนั้น...ชื่อ "วอเรน บัฟเฟตต์" นักลงทุนอัจฉริยะ อภิมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก

ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก
ชายคนนั้น...ชอบหมกตัวกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
ชายคนนั้น...ถูกเพื่อนมองว่า "สกปรก - บ้าคอมพิวเตอร์"
ชายคนนั้น...เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี
ชายคนนั้น...ปัจจุบันคือผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินท ุนกับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...เคยถูก ไอบีเอ็ม มองว่า "แค่เด็ก"
ชายคนนั้น...ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ที่ทรงอิ ทธิพลมากที่สุดในโลก
ชายคนนั้น...ชื่อ วิลเลี่ ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่สาม หรือที่รู้จักกันในนาม "บิลล์ เกตส์" ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ

ผมเชื่อว่าทุกคนเคยแพ้ ผมเชื่อว่าทุกคนเคยล้มเหลว

แต่คนแพ้ไม่ใช่คนที่ล้มเหลว

คนล้มเหลวคือ...คนที่ล้มเลิกต่างหาก


ที่มา...FWD: MAIL by yahoo.com

หลวงปู่ชา สุภัทโท

เธอจงระวัง ความคิด ของเธอ
เพราะ ความคิด ของเธอ
จะกลายเป็น ความประพฤติ ของเธอ

เธอจงระวัง ความประพฤติ ของเธอ
เพราะ ความประพฤติ ของเธอ
จะกลายเป็น ความเคยชิน ของเธอ

เธอจงระวัง ความเคยชิน ของเธอ
เพราะ ความเคยชิน ของเธอ
จะกลายเป็น อุปนิสัย ของเธอ

เธอจงระวัง อุปนิสัย ของเธอ
เพราะ อุปนิสัย ของเธอ
จะ กำหนดชะตากรรมของเธอ...ชั่วชีวิต


หลวงปู่ชา สุภัทโท

สุดซึ้ง! ความรักของแม่ตาบอด เลี้ยงลูกจนโต



วันที่ 12 สิงหาคม หรือ วันแม่แห่งชาติ เวียนมาบรรจบเมื่อไหร่ ตามรายการต่างๆ ก็มักจะหยิบยกเอาเรื่องราวความผูกพันของแม่กับลูกมานำเสนอ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของ "แม่" ซึ่งหนึ่งในก็คือรายการ "ตีสิบ" ที่ได้พาลูกน้อย 2 คน จาก 2 ครอบครัว มาร้องเพลงขับกล่อมให้แม่ได้อิ่มใจ เพื่อทดแทนค่าน้ำนมที่แม่มอบให้ ในช่วงดันดารา ตอน ร้องเพลงให้แม่ (Song for Mom)

โดยคนแรกคือ น้องน้ำฝน แสงทอง สาวน้อยวัย 14 ปี ที่มาจากครอบครัวที่มีพ่อและแม่เป็นคนพิการทางสายตาด้วยกันทั้งคู่ โดยได้นำเพลง "ค่าน้ำนม" มาร้องให้แม่ผู้พิการทางสายตา ซึ่งถึงแม้แม่จะไม่สามารถมีโอกาสมองเห็นหน้าลูกสาวคนนี้ได้ แต่แม่ก็ปลื้มใจทุกครั้งที่สัมผัสและรับรู้ว่าลูกน้อยค่อยๆ เติบโตขึ้นมา สามารถเอาตัวรอดและดำรงชีวิตอยู่ในโลกใบกลมๆ นี้ได้อย่างมีความสุข




โดยคนแรกคือ น้องน้ำฝน แสงทอง สาวน้อยวัย 14 ปี ที่มาจากครอบครัวที่มีพ่อและแม่เป็นคนพิการทางสายตาด้วยกันทั้งคู่ โดยได้นำเพลง "ค่าน้ำนม" มาร้องให้แม่ผู้พิการทางสายตา ซึ่งถึงแม้แม่จะไม่สามารถมีโอกาสมองเห็นหน้าลูกสาวคนนี้ได้ แต่แม่ก็ปลื้มใจทุกครั้งที่สัมผัสและรับรู้ว่าลูกน้อยค่อยๆ เติบโตขึ้นมา สามารถเอาตัวรอดและดำรงชีวิตอยู่ในโลกใบกลมๆ นี้ได้อย่างมีความสุข
โดยคนแรกคือ น้องน้ำฝน แสงทอง สาวน้อยวัย 14 ปี ที่มาจากครอบครัวที่มีพ่อและแม่เป็นคนพิการทางสายตาด้วยกันทั้งคู่ โดยได้นำเพลง "ค่าน้ำนม" มาร้องให้แม่ผู้พิการทางสายตา ซึ่งถึงแม้แม่จะไม่สามารถมีโอกาสมองเห็นหน้าลูกสาวคนนี้ได้ แต่แม่ก็ปลื้มใจทุกครั้งที่สัมผัสและรับรู้ว่าลูกน้อยค่อยๆ เติบโตขึ้นมา
สามารถเอาตัวรอดและดำรงชีวิตอยู่ในโลกใบกลมๆ นี้ได้อย่างมีความสุข




น้องน้ำฝน หรือ เด็กหญิงน้ำฝน แสงทอง กำเนิดมาจากความรักของพ่อและแม่ผู้พิการทางสายตา พ่อเฉลิม แสงทอง
และ แม่สวัสดิ์ สัจจะมณี ซึ่งพ่อเฉลิมพิการมาตั้งแต่แบเบาะ ส่วนแม่สวัสดิ์เริ่มพิการตอน 4 ขวบ
จากอาการตาแดง ปวดตาและไปรักษาไม่ทัน ทำให้สูญเสียการมองเห็นตั้งแต่นั้นมา

ทั้งนี้ หลังจากทั้งคู่อยู่กินกันได้ไม่นาน ก็มีโซ่คล้องใจเป็นน้องน้ำฝน โดยน้องน้ำฝนเป็นเด็กหน้าตาน่ารักน่าชัง
และที่มีร่างกายสมบูรณ์ทุกประการ และพอมีอีกชีวิตหนึ่งเพิ่มขึ้น
ทั้งสองสามีภรรยาก็พยายามอย่างยิ่งที่จะเลี้ยงดูลูกน้อยให้ดีที่สุด โดยเฉพาะแม่สวัสดิ์
ที่แม้จะมองไม่เห็นว่าหน้าตาลูกเป็นอย่างไร แต่เธอก็มอบกายและใจ ทุ่มเททุกๆ สิ่งให้กับลูกคนนี้เสมอ
โดยเธอจะทุกอย่างต้องทำอย่างระมัดระวังมากกว่าคนปกติ เวลาจะป้อนข้าวป้อนน้ำ
ก็ต้องคลำหาว่าปากของลูกอยู่ตรงไหน แม้ยามลูกป่วยไข้ จะมีก็สองมือแม่เท่านั้นที่จะสัมผัส
และรับรู้ได้แทนการมองเห็น




ทุกๆ วัน รายได้ทางเดียวที่จะนำมาใช้จ่ายภายในครอบครัวจะมาจากการออกไปร้องเพลง ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่แน่นอน บางวันก็ไม่ได้เงินกลับมาเลย แม่ก็ยอมเป็นฝ่ายอดเสียเองเพื่อให้ลูกได้อิ่มท้อง ในวันหยุดเรียนน้องน้ำฝนก็จะไปร้องเพลงกับพ่อแม่ โดยไม่เคยแคร์สายตาใครที่มองว่ามีพ่อแม่เป็นคนพิการ เพราะน้ำฝนรู้ดีว่า ความรักที่แม่มีต่อลูกทำให้แม่ต้องเหน็ดเหนื่อย ต้องอดทนต่อความลำบากในการเลี้ยงดูลูกมากกว่าคนปกติ น้ำฝนจึงเป็นแก้วตาดวงใจของแม่ แม่ที่พร้อมจะทำทุกอย่างได้เพื่อลูก วันนี้ลูกคนนี้จึงอยากกจะบอกรักแม่ ผ่านทางคำพูด และบทเพลงที่เธอตั้งใจจะมอบให้แม่ผู้มีพระคุณของเธอ

"หนู ไม่เคยอายที่มีแม่ที่ตามองไม่เห็น หนูภูมิใจในตัวแม่มาตลอด แม่ร้องเพลงหาเงินเลี้ยงดูหนูตั้งแต่เล็กจนโต หนูจะขอเป็นดวงใจและดวงตาพาแม่ไปตลอดชีวิตของหนู หนูอยากบอกแม่ว่า...หนูรักแม่ค่ะ" นี่คือถ้อยคำที่กลั่นออกมาจากใจของลูกน้อยคนนี้

ขณะ ที่ แม่สวัสดิ์ กล่าวว่า ตอนเด็กๆ ที่ลูกยังช่วยตัวเองไม่ได้ เวลาจะป้อนข้าวก็ต้องใช้มือสัมผัส ดูว่าปากเขาอยู่ไหน แล้วค่อยเอาช้อนตักข้าวป้อนใส่ปาก เวลาอาบน้ำก็ยากเหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยทำลูกหล่นสักครั้งเดียว โดยจะใช้แขนประคองลูกไว้ให้อยู่ในอ้อมแขน แล้วใช้แขนวัดน้ำว่าอยู่ในระดับไหน คือจะยอมตัวเปียก เพื่อไม่ให้ลูกได้รับอันตราย
ทุกวันนี้ก็ซื้อบ้าน เพื่อให้ลูกได้มีที่อยู่อาศัยหลับนอน และต้องเสียเงินเป็นค่าดอกอีกวันละ 700 บาท แต่ถ้าวันไหนที่ฝนตกก็เท่ากับว่าไม่มีรายได้เข้าบ้านเลย แต่อย่างไรแม่คนนี้ก็จะสู้เพื่อลูกต่อไป



จาก www.sanook.com

Sunday, October 10, 2010

คําคมภาษาอังกฤษและภาษาไทยโดนๆ

คําคมภาษาอังกฤษและภาษาไทยโดนๆ

เขาว่ากันว่า คำคมเพียงไม่กี่พยางค์ ไม่กี่คำ อาจช่วยเตือนสติเราจากหลุมพรางของชีวิตได้ เห็นจะจริง เพราะคำคมส่วนใหญ่ทั้งของไทยและต่างประเทศ ทั้งของภาษาอังกฤษ ภาษาไทยหรือภาษาไหนๆ คำคมโดนๆ เหล่านั้นล้วนเกิดจากกระบวนการรวบรวมประสบการณ์อย่างยาวนาน และ สื่อสารออกมาเป็นคำ เป็นประโยคสั้นๆ สื่อสารให้กับลูกหลานได้รับรู้ บ้างก็สื่อสารมาทางคำพูด บ้างก็สื่อสารมาเป็นหนังสือ บ้างก็สื่อสารมาเป็นหนัง เรารวมคำคมโดนๆ ทั้งของไทยและเทศมาให้เพื่อนๆ ชมแล้ว ในเวอร์ชั่นไทยและภาษาอังกฤษ เชิญอ่านตามอรรถยาศัย

"The secret of success in life is to be ready for your opportunity when it comes."
- - Benjamin Disraeli - -
ความลับของความสำเร็จคือเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ เสมอสำหรับโอกาสที่มาถึง


"You get the best out of others when you give the best of yourself."
- - Harvey Firestone - -
"คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป"


"If you always do what interests you, then at least one person is pleased."
- - Katherine Hepburn - -
ถ้าคุณลงมือทำในสิ่งที่คุณสนใจอยู่ เสมอ อย่างน้อยจะมีคนคนหนึ่งที่พอใจ


"Only two things are infinite, the universe and human stupidity,
and I'm not sure about the former."
- - Albert Einstein - -
มีเพียงสอง สิ่งเท่านั้นที่หาที่สิ้นสุดไม่ได้ สิ่งหนึ่งคือจักรวาล และอีกสิ่งคือความโง่เขลาของมนุษย์ ทว่าฉันไม่แน่ใจว่าจักรวาลจะเป็นเช่นนั้น


"Life remains the same until the pain of remaining the same
becomes greater than the pain of change."
- - Anonymous - -
ชีวิตจะ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งความเจ็บปวดจากความนิ่งเฉย จะมากกว่าความเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลง


"He who loses money, loses much; He who loses a friend, loses more; He who loses faith, loses all."
- - Anonymous - -
เขา..ผู้ สูญสิ้นทรัพย์สินไป
เขา..สูญเสียมากเหลือเกิน
เขา..ผู้สูญสิ้น เพื่อนไป
เขา..สูญเสียมากกว่า
เขา..ผู้สูญสิ้นความศรัทธา
เขา..ผู้ นั้น.. สูญเสียยิ่งกว่าใครๆ


"The determined man finds the way, the other finds an excuse or alibi."
- - Anonymous - -
ผู้ที่แน่วแน่และมุ่งมั่นจะหาหนทางแก้ปัญหา ในขณะที่คนอื่นจะหาหนทางแก้ตัว


"The only thing in life achieved without effort is failure."
- - Anonymous - -
มี เพียงสิ่งเดียวในชีวิตที่จะสามารถพิชิตได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายคือ ความล้มเหลว


"Some dream of worthy accomplishments, while others stay awake and do them."
- - Anonymous - -
บาง คนฝันที่จะประสบความสำเร็จอย่างสวยหรู ในขณะที่บางคนกำลังลงมือกระทำ


"No bird soars too high if he soars with his own wings."
- - William Blake - -
ไม่มีนกตัวใดบินสูงเกินไปถ้ามันบินด้วยปีก ของมันเอง


"Obstacles are those frightful things you see
when you take your eyes off your goals."

- - Anonymous - -
อุปสรรค คือสิ่งที่น่าตกใจก็ต่อเมื่อคุณไม่ได้มองไปที่จุดหมายปลายทาง


"Advice is like snow; The softer it falls the longer it dwells upon,
and the deeper it sinks into, the mind."

- - Samuel Taylor Coleridge - -
คำแนะนำเหมือนหิมะที่โปรยปรายลงมา ยิ่งบางเบาเพียงใดก็ยิ่งแตะเพียงเปลือกนอก และยิ่งหนักหนาเท่าใดก็ยิ่งลึกถึงความรู้สึกเท่านั้น


"There is nothing either good or bad but thinking makes it so."
- - W.Shakespeare - -
ไม่มีสิ่งใดๆในโลกที่ดีหรือเลว มีแต่ความคิดของเราเท่านั้นที่ทำให้เกิดความดีและความเลว


"Great minds discuss ideas; Average minds discuss events;
Small minds discuss people."
- - Anonymous - -
จิตใจที่ยิ่ง ใหญ่วิพากย์วิจารณ์ความคิด จิตใจสามัญวิพากวิจารณ์เหตุการณ์ แต่จิตใจที่ต่ำต้อยนั้นวิจารณ์เพียงผู้คน


"Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it."
- - D.Kaye - -
ชีวิตเหมือนภาพเขียนขนาดใหญ่และคุณควรจะใช้สีทั้ง หมดที่คุณมีสร้างสรรค์มันขึ้นมา


"Forgive your enemies, but never forget their names."
- - J.F.Kennedy - -
จง ยกโทษให้แก่ศัตรูของคุณ แต่อย่าลืมชื่อของพวกเขาเป็นอันขาด


"The only man who never makes mistakes is the man who never does anything."
- - T.Roosevelt - -
คนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย


"If you want to increase your success rate,double your failure Rate."
- - T.Watson Jr (Founder of IBM) - -
ถ้าคุณต้องการประสบความ สำเร็จมากขึ้นหนึ่งเท่าตัว จงเพิ่มความล้มเหลวเป็นสองเท่าตัว



"Even a Step back can be fatal."
- - W.Brudzinski - -
แม้ แต่การก้าวถอยหลังก็อาจถึงแก่ชีวิตได้



"Imagination is more important than knowledge."
- - Albert Einstein - -
จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้ที่มี



"The reward of a good thing well done is to have it done."
- - Ralph Waldo Emerson - -
รางวัล ของสิ่งที่เรียกว่ายอดเยี่ยมคือการได้สร้างมันขึ้นมา



"You see things and you say, 'Why?'!But I dream things that never were; and I say, 'Why not?"
- - George Bernard Shaw - -
คุณ เห็นบางสิ่งบางอย่าง คุณจะพูดว่า"ทำไม" ในขณะที่ฉันได้เห็นความฝันของฉันซึ่งไม่เคยเป็นไปได้ ฉันพูดว่า "ทำไมถึงไม่มีสิ่งนั้นล่ะ"



"Do what you can, with what you have, where you are."
- - Theodore Roosevelt - -
ทำในสิ่งที่คุณสามารถจะทำได้ พร้อมกับสิ่งที่คุณมีและที่ที่คุณอยู่



"Freedom is nothing else but a chance to do better."
- - Albert Camus - -
อิสรภาพ ไม่ใช่อะไรอย่างอื่นเลย หากแต่คือโอกาสที่จะทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น



"The future belongs to those who believe in the beauty of their dreams."
- - Eleanor Roosevelt - -
อนาคตเป็นของคนที่เชื่อในความฝันของ ตัวเองเท่านั้น



"God gives every bird it's food, But He does not throw it into it's nest".
- - Anonymous - -
พระ เจ้ามอบอาหารให้แก่นกทุกตัว แต่ไม่เคยโยนอาหารให้ถึงรังของนกเหล่านั้น



"When life is giving you a hard time, try to endure and live through it.
You must never run away from a problem.
Convince yourself that you will survive and get to the other side."
- - Margaret Ramsey * British literary agent - -
เมื่อคุณเห็นการมีชีวิตเป็นสิ่ง ที่หนักหนาสาหัส ลองพยายามอดกลั้นและต่อสู้กับมัน จงอย่าวิ่งหนีต่อปัญหาใดๆที่คุณเผชิญอยู่ และเชื่อใจในตัวเองว่าสองมือของคุณสามารถทำให้คุณฝ่าฟันช่วงวิกฤตและผ่านมัน ไปได้



"There is Nothing so Sweet as Love's Young Dreams!"
- - Anonymous - -
ไม่มีสิ่งใดจะหอมหวาน เท่ากับความฝันในวัยเยาว์



"First say to yourself what you would be, and then do what you have to do."
- - Epictetus (55-135 C.E.) - -
สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งใจกับตัวเอง และลงมือทำ



"A person who lives right, and is right, has more power in their silence
than another has by words."
- - Phillips Brook - -
บุคคลที่มีชีวิต อยู่อย่างถูกต้องและเหมาะสมแม้อยู่ในความเงียบก็แลมีอำนาจกว่าผู้อื่น



"Life is like a box of choclates."
- - F.Gump - -
ชีวิตก็เหมือนกล่องใส่ชอกโกแลตที่มีหลากหลาย สีสันและรสชาติ



"Glory in life is not in never failing, But rising each time we fail."
- - Anonymous - -
ความ สำเร็จในชีวิตไม่ใช่การที่ไม่เคยพ่ายแพ้ หากแต่เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ล้มลง



"It is never too late to be what you might have been."
- - George Eliot - -
ไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปที่จะเป็นในสิ่งที่ คุณอยากจะเป็น



"Do not be too timid and squeamish about your actions. All life is an experiment."
- - Ralph waldo Emerson - -
อย่าขาดความมั่นใจในตัวเอง และตระหนกตกใจในสิ่งที่คุณทำ ทุกๆสิ่งคือประสบการณ์


"Learn from the mistakes of others.
You can't live long enough to make them all yourself."
- - Anonymous - -
จงเรียนรู้จากความ ผิดพลาดของผู้อื่นเพราะเราไม่สามารถเรียนรู้ความผิดพลาดนั้นได้ทั้งหมดใน ช่วงชีวิตของเราเอง



"This year's success was last year's impossibility."
- - Anonymous - -
ความสำเร็จของ ปีนี้ คือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในปีที่ผ่านมา



"Who never made a mistake never made a discovery."
- - Soren Kierkegaard - -
คนที่ไม่เคยกระทำผิดคือคนที่ไม่ได้ค้นหาสิ่ง ใด



"Praise the bridge that carried you over."
- - George Colman - -
จงขอบคุณสะพานที่ให้คุณเดินข้ามมา



"To follow, without halt, one aim: There is the secret of success."
- - Anna Pavlova - -
เคล็ดลับของความสำเร็จคือการเดินทางอย่าง ต่อเนื่องไปสู่จุดมุ่งหมาย



"Our deeds determine us, as much as we determine our deeds."
- - George Eliot - -
การกระทำตัดสินเราเท่าๆกับที่เราตัดสินใจกระทำ



"The difference between the impossible and the possible
lies in a man's determination."
- - Tommy Lasorda - -
เส้นบางๆ ที่คั่นระหว่างความเป็นไปได้และความเป็นไปไม่ได้คือการตัดสินใจของเรา



"If you don't stand for something, you'll fall for anything."
- - Anonymous - -
ถ้าคุณไม่อดทนต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คุณก็จะล้มหลวในทุกๆสิ่ง



"It is not fair to ask others what you are not willing to do yourself."
- - Eleanor Roosevelt - -
ไม่ยุติธรรมเลยที่คุณจะขอร้องให้คนอื่นทำในสิ่ง ที่คุณไม่ต้องการทำ



"A wise man will make more opportunities than he finds."
- - Francis Bacon - -
คนที่ฉลาดคือคนที่สร้างโอกาสมากกว่าที่เขาหาได้



"We write our own destiny. We become what we do."
- - Madame Chiang Kai-Shek - -
ตัวเราเองที่กำหนดพรหมลิขิตและเราจะเป็น ในสิ่งที่เราได้กระทำ



"Well done is better than well said."
- - Ben Franklin - -
การลงมือทำดีกว่าคำ พูดที่สวยหรู



"Life moves pretty fast...if you don't stop to look around once in a while, you might miss it."
- - Ferris Bueller, "Ferris Bueller's Day Off" - -
ชีวิตผ่านไป อย่างรวดเร็ว ถ้าคุณไม่หยุดและมองไปรอบๆบ้าง คุณอาจจะพลาดบางอย่างไป



Nobody has Wisdom if he does not know the Dark.
- - H.Hesse - -
ไม่มีใครฉลาดโดยปราศจากการได้รู้จักความโง่เขลามาก่อน



"Great minds must be ready not only to take opportunity, but to make them."
- - Colton - -
ความคิดที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่แต่เตรียมพร้อมต่อ โอกาส แต่ยังพร้อมที่จะลงมือทำ



"Do or do not; there is no try."
- - Yoda - -
การตัดสินใจที่จะทำหรือไม่ทำ ไม่ต้องใช้พยายามแต่อย่างใด



"He who knows little often repeats it."
- - Thomas Fuller - -
ใครที่รู้ อะไรเพียงนิดหน่อยก็มักจะคุยโวถึงมัน



"Wealth is like Sea Water:The more you drink the more thirsty you get."
- - A.Schopenhauer - -
ความร่ำรวยเปรียบเหมือนน้ำทะเล ยิ่งดื่มมาเท่าไหร่ก็ยิ่งกระหายมากขึ้นเท่านั้น



"Progress always involves risk. You can't steal second with your foot on first."
- - Fredrick Wilcox - -
พัฒนาการจะมีเรื่องของความเสี่ยงมา เกี่ยวข้องด้วยเสมอ คุณจะไม่สามารถขโมยเบสสอง ได้เลย ถ้าเท้ายังแตะเบส 1 อยู่



"You don’t get harmony when everybody sings the same note."
- - Doug Floyd - -
คุณจะไม่สามารถหา ความกลมกลืนได้ เมื่อทุกคนร้องเพลงด้วยโน้ตตัวเดียวกัน



"Thinking: The talking of the soul with itself."
- - Plato - -
การคิด คือ การพูดของวิญญาณกับตัวมันเอง



"Nature is as complex as it need to be.... and no more."
- - Albert Einstein - -
ธรรมชาติซับซ้อนเท่าที่มันจำเป็น...ไม่มากกว่า นั้น



Heaven never helps the men who will not act.
- - Henry Bergson - -
สวรรค์ไม่ช่วยคนเกียจคร้าน



"Move out man! Life is fleeting by.
Do something worthwhile, before you die.
Leave behind a work sublime,
that will outlive you and time."
- - Alfred A. Montepert - -
อันชีวิตคนเรา ช่างสั้นนัก
ต้องรู้จักทำประโยชน์ก่อนจะสาย
ทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์หลัง ความตาย
มีความหมายคงอยู่ ตลอดไป



Seize the day. Make your lives extraordinary.
- - From The Dead Poets Society - -
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วชีวิตคุณจะไม่ธรรมดา



Only those who dare to fail greatly can ever achieve greatly.
- - Robert F. Kennedy - -
คนที่กล้าจะจะพ่ายแพ้เท่านั้น ที่จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่



It is only in adventure that some people succeed in knowing themselves--in finding themselves.
- - Andr Gide - -
มีแต่ในการผจญภัย เท่านั้น ที่บางคนประสบความสำเร็จในการรู้จักตัวเอง นั้นคือ การค้นพบตัวเอง



If we do not find anything very pleasant, at least we shall find something new.
- - Voltaire - -
ถึง แม้ว่าเราจะไม่พบสิ่งที่พอใจ อย่างน้อย เราก็จะได้เจอสิ่งใหม่ๆ



You can fool all the people some of the time, and some of the people all the time,
but you cannot fool all the people all the time.

- - Abraham Lincoln - -
คุณหลอกคนทุกคนได้ในบางเวลา และหลอกบางคนได้ตลอดเวลา แต่ คุณไม่สามารถหลอกทุกคนได้ตลอดเวลา



Beware of small expenses; a small leak will sink a great ship.
- - Benjamin Franklin - -
จงระวังสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น รอยรั่วเล็กๆ อาจจะทำให้เรือใหญ่ล่ม



You know you're old when the candles cost more than the cake.
- - Bob Hope - -
คุณจะรู้ว่าคุณแก่ตัวก็ต่อเมื่อเทียนที่ต้องจุดในงานวันเกิดแพงกว่า เค้กวันเกิด



Age does not protect you from love. But love, to some extent, protects you from age.
- - Jeanne Moreau - -
อายุป้องกันคุณจากความรักไม่ได้ แต่ความรัก ในจำนวนที่พอเหมาะ ปกป้องคุณจากอายุได้



When you go in search of honey you must expect to be stung by bees.
- - Kenneth Kaunda - -
เมื่อคุณต้องการน้ำผึ้ง คุณต้องรู้ว่า คุณจะถูกผึ้งต่อย



If men cease to believe that they will one day become gods then they will surely become worms.
- - Henry Miller - -
เมื่อมนุษย์เลิกเชื่อว่าวันหนึ่งเค้าจะกลาย เป็นพระเจ้า เมื่อนั้น เค้าจะเป็นแค่หนอนตัวหนึ่งเท่านั้น



The ripest peach is highest on the tree.
- - James Whitcomb Riley - -
ลูกพีชที่สมบูรณ์ที่สุดอยู่สูงที่สุดบนต้น



And he that strives to touch the stars,
Oft stumbles at a straw.
- - Edmund Spenser - -
คนที่พยายามจะสัมผัสดวงดาว มักจะพลาดกับสิ่งเล็กน้อย



It takes two flints to make a fire.
- - Louisa May Alcott - -
ต้องใช้หินถึง 2ก้อนถึงจะเกิดไฟได้



We boil at different degrees.
- - Ralph Waldo Emerson - -
คนเรามีจุดเดือดไม่เท่ากัน



Let not the sun go down upon your wrath.
- - Ephesians 4:26 - -
อย่าให้พระอาทิตย์ตกลงไปพร้อมกับความโกรธของคุณ



The best and most beautiful things in the world cannot be seen or even touched.
They must be felt with the heart.
- - Helen Keller - -
สิ่งที่ดีและสวยงามที่สุดในโลก มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ แต่จะรู้สึกได้จากหัวใจ



Remember to always dream. More importantly to make those dreams come true and never give up.
- - Dr. Robert D. Ballard - -
จง ฝันอยู่เสมอ ที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือ ทำความฝันนั้นให้เป็นความจริง และอย่ายอมแพ้



Keep your eyes on the stars, and your feet on the ground.
- - Theodore Roosevett - -
สาย ตาจับจ้องที่ดวงดาว และเท้ายังคงติดดิน



There is a magnet in your heart that will attract true friends. That magnet is unselfishness,
thinking of others first. When you learn to live for others, they will live for you.
- - Paramahansa Yogananda - -
มีแม่เหล็กอยู่ในหัวใจของคุณ ซึ่งจะดึงดูดมิตรแท้ แม่เหล็กชนิดนี้คือ ความไม่เห็นแก่ตัว
และการคิดถึงคนอื่นก่อน เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะอยู่เพื่อคนอื่น พวกเขาก็จะอยู่เพื่อคุณ

เครดิต:http://www.roigoo.com

Thursday, January 15, 2009

คนเราอายุเฉลี่ย 60....

คนเราอายุเฉลี่ย 60

ปี1 ปี เท่ากับ 365

วันแสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน

คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที

ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม......... ไม่เลว 3,120 สัปดาห์

อุแม่เจ้า........แสดงว่า

เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง

คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา

แทบเบือนหน้าหนีจากปฏิทิน

เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังเพื่อรอวันลาโลก...

เปล่าเลยผมไม่ได้กลัวตาย

และขอโทษที่หากเรื่องอาจไม่ค่อยขำ

แต่ตลอดเวลาที่ใช้เวลาอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวนในเชิงตัวเลข

ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน

เพลงอีกหลายเพลงยังไม่ได้ฟัง

หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดู

ความรู้สึกในใจอีกมากมายที่ยังไม่เคยบอก

พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป โอ๊ย.....

กลุ้มสองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามัน

น้อยเกินไปจริง ๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้นคือ

ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี

แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน

นั่นแสดงว่าบางคนไม่ได้มีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วันหรอกนะ

อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ !
อุแม่เจ้าเทค 2

คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึง

สามพันวันแล้วเหรอเนี่ย!!!!

คิดแบบนี้ต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู

กางปฏิทินออกกว้าง ๆ

เพราะมันคือเวลาที่เราเหลือ.... บนโลกนี้

นี่ชั้นกำลังทำบ้าบออะไรอยู่.....ไม่เลยน้องสาว

นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งสิ้น หากเป็นความจริงที่

เราไม่ค่อยได้มองมันเอาล่ะ

งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 17 ปี

แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,205 วัน

และผ่านคืนวันเสาร์มาร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น

คำนวณเองบ้างซิว้อยย.....

เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลา ( ที่คาดว่าจะ) เหลืออยู่

ผลลัพธ์ที่ได้

เราจะทำยังไงกับมันดี .....

แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อ

นั่งเอาหัวตากแอร์ไปวัน ๆ ยอมให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้

เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า ' เงินเดือน '

บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้ง ๆที่

ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ

ไม่ก็เห็นแค่ว่าเพื่อนเรียน

เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่า

กูจะเป็นอะไรดีบางคนแอบรักเขา

ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้นปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอย

ไปหาคนอื่นแต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่

แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน

บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร

เก๊กใส่กันไปวัน ๆ

ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่

งอนการกุศลประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....

ไอ้บ้าและอีกหลายคนนิยมกิจกรรม ' ฆ่าเวลา '

ชีวิตมันว่างจัดขนาดต้องฆ่าเวลากันเลยบอกตรง ๆ

เห็นแล้วอยากตบกบาลเอ็ง

กำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี

อีกหน่อยเราก็ตายจากัน ......

แล้วนะลองคิดแบบนี้บ้างใช่แล้ว ....

เราจะเกิดความเสียดายเพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้าน

ที่เรายังไม่ได้ทำตายได้ไง

หากฝันไม่สำเร็จไม่ได้หมายความว่าเรา

จะไม่ยอมตายแต่ให้รีบทำทุกอย่าง

ก่อนที่จะตาย ... ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้

และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ...

มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า

เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็

จะได้นอนตายตาหลับใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....

พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้วทำงานในสิ่งที่เรารัก

เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก

ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง ...

ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวตายนะ...

เตือนแล้วไงรักให้หมดใจ

บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี

ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย ...

เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ ) ตายแล้ว

ใช้เวลา ( ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกัน ไว้กอดกันเหมือนว่า

นี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรานุ่มนวลที่สุด

เท่าที่จะทำได้เพราะอย่างน้อย ๆ

เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล.......

คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี

ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน

ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ดลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น

แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง

เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน.........

หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ......

แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วันซองในมือผม

กลายเป็นเงินช่วยงานศพ

ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด

และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ

ที่อยากจะบอกว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน ....

แล้วนะอ้าว.... รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก

รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ

เดี๋ยวตายซะก่อน .... เสียดายแย่


โดย น้าเน๊ก ...... เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา

Thursday, December 25, 2008

บทความดีๆสำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงครับ



บทความดีๆสำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงครับ

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
( 1 ) ชีวิตของฉันอย่างมาก ก็จะสิ้นสุดเพียงแค่ 10-15 ปีเท่านั้น การต้องแยกจากเธอไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ นับเป็นความปวดร้าวอย่างยิ่งของฉัน จึงโปรดสังวรให้จงหนัก.. ก่อนจะรับฉันเข้ามาในชีวิต

( 2 ) ให้เวลากับฉันสักหน่อย เพื่อทำความเข้าใจให้ชัดเจน ว่าเธอต้องการอะไรจากฉัน

( 3 ) จงเชื่อมั่นในตัวฉัน เพราะเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับความเป็นอยู่ของฉัน

( 4 ) อย่าโกรธฉันให้นานนัก และอย่าลงโทษฉันด้วยการกักขัง เธอมีทั้งหน้าที่การงาน ความบันเทิง และมิตรสหาย แต่ฉันนั้น...มีเพียงเธอ

( 5 ) พูดกับฉันบ้าง แม้ฉันจะไม่เข้าใจคำพูด แต่ฉันก็เข้าใจเธอได้จากน้ำเสียง

( 6 ) พึงระลึกอยู่เสมอว่า... ไม่ว่าเธอจะปฏิบัติอย่างไรต่อฉัน ฉันจะไม่มีวันลืมเลือนเลย

( 7 ) โปรดอย่าทุบตีฉัน เพราะแม้ฉันจะทุบตีเธอกลับไม่ได้ แต่ฉันก็สามารถกัดหรือข่วนตะกุยเธอได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันไม่อยากกระทำเลย

( 8 ) ก่อนจะดุด่าฉันสำหรับท่าทีที่คล้ายไม่เชื่อฟัง ดื้อดึง เกียจคร้าน ขอจงได้ถามตัวเธอเองก่อนว่า เกิดสิ่งผิดปกติกับตัวฉันหรือไม่ บางทีอาจจะมาจากเรื่องของอาหาร หรือถูกทิ้งไว้กลางแดดนานเกินไป
หรือหัวใจของฉัน แก่ชราและอ่อนล้าเสียแล้ว

( 9 ) ดูแลฉันเมื่อยามแก่เฒ่าด้วย เพราะวันหนึ่งเธอก็ต้องเป็นเช่นนั้น

( 10 ) อยู่กับฉันเมื่อช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตมาถึง ขออย่าได้พูดเป็นอันขาดว่า "ฉันทนดูไม่ได้ ขออย่าให้มันเกิดขึ้นต่อหน้าเลย" เพราะเรื่องราวทั้งหมดจะง่ายขึ้นหาก...เธออยู่ด้วย

สุดท้ายที่สุด...โปรดรำลึกเสมอว่า "ฉันรักเธอ"


ขอขอบคุณบทความจาก catandkittenstory.com

Monday, October 13, 2008

ความล้มเหลวมันคืออะไรกันแน่..





ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณคือคนที่ล้มเหลว
แต่มันหมายถึง คุณยังไม่ประสบความสำเร็จต่างหาก

ความล้มเหลวไม่ได้หมายความว่า คุณจะไม่ประสพผลสำเร็จในสิ่งใดเลย
แต่มันหมายถึง คุณได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างเพิ่มขึ้น


ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณขาดความสง่างาม
แต่มันหมายถึง คุณกำลังยินดีในความพยายามต่างหาก

ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณไม่ได้มีมัน
แต่มันหมายถึง คุณไม่สมบูรณ์แบบเท่านั้นเอง


ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณได้สูญเสียชีวิตไปแล้ว
แต่มันหมายถึง คุณมีเหตุผลที่จะเริ่มใหม่อีกไหม

ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณจะล้มเลิก
แต่มันหมายถึง คุณต้องพยายามให้หนักกว่าเก่า


ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณจะไม่ทำมันอีก
แต่มันหมายถึง คุณต้องใช้เวลามากกว่าเก่าอีกเล็กน้อย


ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า พระเจ้าไม่แยแสคุณ
แต่มันหมายถึง พระเจ้ามีหนทางที่ดีกว่าสำหรับคุณต่างหาก

*~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~*

Wednesday, August 27, 2008

วิธีรับมือกับความ..ขี้หึง!!

ท่านผู้อ่านเป็นอีกคนรึเปล่าที่ มีแฟนขี้หึง? เอ๊ะ หรือคุณเองต่างหากที่หึงแฟนน้า ที่จริงใครจะหึงใครก็ดีอยู่หรอก เพราะนัยนึงก็รู้ๆ กันอยู่ว่า แฟนยังหึงอยู่ก็แสดงว่า แฟนทั้งรักและหวง รวมทั้งอยากให้เป็นของเค้าเพียงคนเดียว...แต่เอ๊ะ ประการหลังที่ว่า อยากให้เป็นของเค้าคนเดียว ฟังดูทะแม่งๆ แหม ทำหยั่งกะ “คนที่เป็นแฟน” ไม่มีหัวจิตหัวใจ หรือเป็นสัตว์เลี้ยงของเค้างั้นแหละ

ดังนั้น จงอย่ามองข้าม อาการขี้หึงของทั้งตัวคุณเองและคนที่คุณกะฉวยมาเป็น แฟนด้วยละกัน เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะอารมณ์แบบนี้ ทำให้ชีวิตคู่พังพินาศมานักต่อนักแล้วอ่ะดิ แล้วไม่ว่าใครจะแสดงอารมณ์หึงออกมาด้วยพฤติกรรมแบบไหน? เช่น พอหึงแล้วทำทีไปจับมือเค้าไว้ เพื่อแสดงให้คนอื่นรู้ว่า เค้ามีแฟนแล้ว ย่อมดีกว่า พอหึงแล้วอาละวาดโครมครามให้ขายหน้าประชาชีว่ามะ โถ โตๆ และมีการศึกษากันแล้วยังทำเป็นนางร้ายในละครทีวีอีกเรอะ แต่สังเกตสังกากันรึเปล่าว่า ผู้หญิงหรือผู้ชาย เพศไหนขี้หึงมากกว่ากัน?

โอ้โห ถามอะไรก็ไม่รู้ ตอบย้าก ยาก เพราะบทคนเราจะหึงแล้วละก็ ไม่ว่าชายหรือหญิงก็โชว์ลีลาการหึงได้ดุเด็ดเผ็ดแสบ และเข็ดฟันไม่แพ้กันนักหรอก ฉะนั้น หากท่านใดรู้ตัวว่าเป็นคนขี้หึงละก็ มาหาทางแก้ไขกันเหอะ ด้วยการ.....

1. คิดให้ตกว่า ความหึง เป็นสิ่งที่ทำให้เสียเวลา

แทนที่คู่รักมัวแต่จับผิดกันว่า เดี๋ยวจะมีใครมาชอบแฟนตูรึเปล่าว่ะ หรือไม่งั้นก็กังวลว่า ทำมั้ยทำไมแฟนเราชอบเหล่มองคนอื่นอยู่เรื่อย แถมมองไม่มองเปล่า แต่มองด้วยสายตาเจ้าชู้ ซึ่งน่าตื้บหรอกนะ แต่คิดดูดิ ว่าจะเอาเรื่องแค่นี้มาใส่ใจไปทำไม? ในเมื่อเค้าก็ได้แต่มองล่ะว้า...นี่พูดถึงคนที่ชอบมองอย่างเดียวจริงๆ ไม่ได้หวังจะไปหาเศษหาเลยนอกลู่นอกทางนะ

เพราะถ้าเค้าอยากจีบหรือกิ๊กกะคนอื่นจริงๆ ละก็ ไม่มีวันซะล่ะ ที่จอมเจ้าชู้จะทำต่อหน้าต่อตาแฟนตัวเองให้จับได้ ดังนั้น พวกเราสู้ใช้เวลาที่ต้องคอยพะวงพะแวงไปทำประโยชน์ให้ตัวเองไม่ดีกว่าเรอะ ด้วยการยึดทรัพย์ของแฟนมาดเจ้าชู้ทั้งหมดมาเป็นของเราซะ แล้วปล่อยมันไป จะไปหว่านเสน่ห์ใครก็เอาเหอะ เพราะไม่มีทางรั้งมันอยู่ร้อก แค่สั่งสอนให้เค้าบ่จี๊ไม่มีเงิน ก็ไม่น่าจะไปไหนรอด คอยดูละกัน

2. จำไว้ว่า ความหึงมีแต่บ่อนทำลายสัมพันธภาพของคู่รักที่เคยรู้สึกดีๆ ต่อกันให้พังทลายลง แล้วยังอยากหึงอีกเรอะ

ของพรรค์นี้ที่จริงแทบไม่ต้องอธิบายก็เข้าใจกันอยู่แล้วใช่ม้า ว่าขืนมัวหึงไม่เข้าเรื่อง, หึงสะเปะสะปะ และไม่บันยะบันยัง แทนที่ “คนถูกหึง” จะรู้สึกดีว่าแฟนรัก ตรงข้าม อาจผิดหวังมากกว่าสิ เพราะถ้าหึงแบบไร้สติก็เท่ากับระแวงกันนี่หว่า แถมยังหมายความว่า ไม่ไว้ใจกันซะด้วย จนดีไม่ดีอาจทำให้ “คนถูกหึง” อยากตีตัวออกห่าง เพราะเหนื่อยใจน่ะสิ...ถามได้ แทนที่เป็นคู่รักแล้วจะอยู่กันอย่างมีความสุขกลับทุกข์ถนัด เฮ้อ...เสียดายจัง รู้งี้อยู่คนเดียว ไม่หาเหาใส่หัวซะก็ดี

3. ท่องไว้เลยว่า ถ้าอยากเอาชนะความหึงต้องอาศัยความอดทน, อดทน และอดทน ไม่มียาแก้ความขี้หึงยี่ห้อไหนที่ใช้ได้ผลชะงักไปกว่า ความอดทนอีกแล้วละน้องเอ๊ย

ฉะนั้น หากให้แนะอย่างกำปั้นทุบดิน ก็จงทำตัวแบบ “เอาหูไปนา เอาตาไปไร่” เข้าไว้ แล้วบางที เหตุการณ์ ที่ทำให้พวกเราคิดว่า ไม่น่าไว้ใจแฟนก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีเองแหละ เพราะความอดทนก็คือการประนีประนอม ของคู่รักอย่างนึง แถมยังเป็นการให้เกียรติเค้าด้วย

มีสาวบางคน เห็นแฟนเข้าไปกอดเด็กสาวคนนึง แล้วใจหล่อนงี้อู้หูแทบอยากฉีกแฟน ออกเป็นชิ้นๆ ไปเดี๋ยวนั้นเลย แต่ยังไม่ทันได้ลงมือ แฟนก็แนะนำให้รู้จักว่า เด็กคนนี้คือน้องสาว หรือหลานเค้าต่างหาก ฝ่ายหญิงจึงเกือบโดนข้อหาทำร้าย ร่างกายไปแล้วไหมล่ะ แต่ดีที่อดทน ไม่แสดงความรู้สึกเฟอะฟะและตีตนไปก่อนไข้ออกมาซะก่อน เรื่องนี้จึงจบอย่างแฮปปี้ เอนดิ้ง ไม่งั้นคงหน้าแหก และผิดใจกะแฟนไปแล้ว นี่แน่หวิดตกพุ่มม่ายแล้วไหมล่ะ

4. รู้ป่าวว่า ความหึงทำให้คนหน้าตาดีแก่เร็วมานักต่อนักแล้ว

สังเกตตอนที่คุณหึงสิ หน้าตาของคุณเป็นอย่างไรกันมั่งล่ะ? รับรองสีหน้าย่อมขาดความสุข, คิ้วขมวด, ยิ้มไม่ออก หรือไม่ก็ทำเป็นแสยะยิ้ม รวมถึงการชักสีหน้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนพา ตีนกา ให้เกิดขึ้นเร็วกว่าวัยอันควรทั้งน้านล่ะ ขืนมีสีหน้าบอกบุญไม่รับบ่อยๆ อีกหน่อยอาจเสียตังค์ไปลบริ้วรอยไม่รู้ด้วย

รู้งี้ แล้วยังอยากหึงแรงเพราะรักแรงอีกมะ สู้รักษาหน้าตาดี๊ ดีของคุณๆ เอาไว้ไม่ดีกว่าเรอะ เพราะแฟนใครมั่งว้า ที่ยังอยากอยู่กับคนหน้าตาบูดบึ้ง หรือคิ้วผูกโบ แถมยังมีริ้วรอยบนหน้าผากน่ะ ขืนหึงแล้วทำให้แก่ไว้ไว งั้นกรุณาคิดกันซะให้ดีๆ ก่อนหึงละกันนะ

5. ก่อนหึง อย่าลืมฉุกคิดไว้เสมอว่า คุณกำลังคิดมากไปเองแหงเลย จะได้สบาย

ใจแม้แฟนจะไม่ชอบเอ่ยปากบอกรักคุณบ่อยๆ จะเป็นเพราะเค้าปากหนัก หรือคิดว่าไม่จำเป็นต้อง พูดซ้ำพูดซากก็แล้วแต่ จงเชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้ว่า คุณเองก็มีดีอยู่ในตัวไม่แพ้ใครๆ ดังนั้น ต่อให้แฟนเป็นคนขี้เบื่อขนาดไหน ก็ไม่ยอมพรากจากกันแน่ๆ เพราะหนูเป็น 1 ในตองอูนี่นา แต่มั่นใจในตัวเองก็ควรมีดีอยู่กะตัวจริงๆ แค่เนี้ย ก็ไม่ต้องเหวี่ยงแหหึงเรื่อยเปื่อยแล้วน่ะเซ่

ขอขอบคุณข้อมูล จาก สนุกดอทคอม

Saturday, July 26, 2008

วาทะความรัก




'คู่รักจะเอาใจใส่อีกฝ่าย ส่วนคู่เวรจะเอาแต่ใจตัวเอง'

...

'คู่เทียมเจอเมื่อไหร่ก็ได้
แต่คู่แท้ต้องเจอในจังหวะที่จะรักกันจริงเท่านั้น'

...

'ใจจริงไม่ได้เกิดจากความตั้งใจให้จริงเสมอไป
ถ้าคู่ยังไม่ใช่ ใจก็คงจริงยาก'

...

'รู้สึกว่าใช่ ไม่จำเป็นต้องใช่
โดยเฉพาะถ้าได้ความรู้สึกว่าใช่มาจากการเอาแต่มองด้านดีท่าเดียว'

...

'อำนาจที่ทำให้ลุ่มหลงส่งมาจากส่วนสกปรกตรงไหนของร่างกายก็ได้
แต่แรงบันดาลที่ทำให้รักจริงต้องมาจากกลางใจที่ใส่พอเท่านั้น'

...

'ความลุ่มหลงจะทำให้หน้าตาของเราโง่ลง
ส่วนการเห็นตามจริงจะทำให้หน้าตาฉลาดขึ้นเป็นคนละคน'

...

'คนเราตาบอดเพราะชอบทึกทักเอาเองว่าเห็นอะไรมา
ที่จะตาสว่างได้ก็เพราะยอมทบทวนดีๆ ว่ามีอะไรให้เห็นบ้าง'

...

'การจากกันบางครั้งดีกว่าอยู่กันไปเรื่อยๆ เพราะอาจเป็นทางเดียว
ที่ทำให้คุณค้นพบว่าเคยมีความรักอยู่ตรงนั้นขนาดไหน'

...

'สิ่งดีๆ ที่ผ่านไป อาจเปิดทางให้สิ่งดีกว่าที่กำลังจะผ่านเข้ามา'

...

'รักที่ตายได้คือรักแต่จะเอา
ส่วนรักอมตะคือรักการสละความเห็นแก่ตัว'

...

'เราอาจหลอกให้คนอื่นหลงรักได้ด้วยรูปภายนอก
แต่ไม่มีทางหลอกให้รักตัวเองได้เลย
ตราบเท่าที่รู้อยู่แก่ใจว่าภายในยังน่าเกลียดขนาดไหน'

...

'ความรักไม่ได้อยู่ที่หัวใจ แต่อยู่ที่ใจทั้งดวง เพราะหัวใจกว้างไม่ถึงคืบ
ขนะที่ความรักแผ่กว้างได้ขนาดครอบโลก'

...

'การเริ่มต้นของความรักที่ซับซ้อน อาจเหมือนปกหนังสือที่ดูดีหลอกตา
แต่เนื้อหาข้างในไม่ตรงกัน คุณจะงงเมื่อพยายามอ่าน
และปวดหัวจนไม่นึกอยากทนอ่านให้ถึงครึ่ง'

...

'ถ้าตัวอยู่ห่างแล้วยังรู้สึกอบอุ่นและไว้ใจกัน
ก็แปลว่าพวกคุณรักกันด้วยใจ ไม่ใช่หลงติดกันด้วยกาย'

...

'คนซื่ออาจพูดคำว่ารักได้ไม่เพราะ แต่ความรักของเขา
จะให้ความรู้สึกแสนดีกว่าการได้ยินคำว่ารักอันไพเราะร้อยเท่า'

...

'ถ้าดีใจเวลาเห็นใครเป็นสุข คุณอาจไม่จำเป็นต้องรักเขาเสมอไป
แต่ถ้าอ้างว่าคุณรักใครแล้วไม่ยินดีกับความสุขของเขา
แปลว่าคุณเห็นแก่ตัวและดีแต่พูดเท่านั้น'

...

'ความรักที่อภัยไม่ได้คือต้นทางของความเกลียด
ความเกลียดที่ถูกสละทิ้งได้คือต้นทางของความรัก'

...

'มีความสามารถในการผ่านรักร้าว
ดีกว่ามีความสามารถฝันถึงแต่รักแสนหวาน'

...

'คนที่เอาแต่คอยความรักจะไม่เจอความรักไปจนตาย
ส่วนคนที่เอาแต่สร้างความรักจะรู้จักความรักในสามวันเจ็ดวัน'

...

'อำนาจนัยน์ตาของคนที่รักคุณจริง
อาจทำให้คุณสงบลงได้ทั้งที่กำลังวุ่นวายสิ้นดี
แต่อำนาจนัยน์ตาของคนที่เอาแต่เรียกร้องให้คุณรัก
อาจทำให้คุณวุ่นวายสิ้นดีทั้งที่กำลังสงบอยู่แท้'




ที่มา จาก หนังสือดังตฤณวิสัชนา ฉบับรู้จักรัก

Sunday, July 13, 2008

10 ปีที่ผ่านไป ไม่มีค่าเท่ากับ 1 วันที่เหลืออยู่





ความทรงจำเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับคนบางคน
โดยเฉพาะคนที่มีเวลาดีๆ ที่ใช้กับคนรัก
ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนหวงแหน
ต้องระลึกไว้ในความทรงจำ ต้องถนอมดูแลให้ดี

หลายคนจึงไม่อาจตัดใจจากวันเก่าๆ ได้เสียที
เพราะว่ามีความสุขกับการได้คิดถึงอะไรดีๆที่ผ่านไป
โดยลืมนึกไปว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้วจะไม่มีวันย้อนกลับคืนมาได้อีก
หากจะต้องตัดใจลืมหรือเดินจากอดีตมาก็ไม่ได้อีก
เพราะเหตุผลที่ว่า "เสียดายเวลา" ที่คบกันมา

บางคนคบกันมานานจนแทบจำไม่ได้ว่า
เคยยิ้มให้กับความรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
เพราะหลังๆ มาก็อยู่แต่กับความทุกข์
จนนึกภาพความสุขไม่ออกแต่ที่ไม่กล้าเลิกเพราะยังคิดถึงวันเก่าๆ
แค่เสียดายเวลาที่คบกันมาเนิ่นนาน
โดยไม่คิดเลยว่า ทุกๆวันของวันนี้ พรุ่งนี้และวันต่อๆไป
ก็จะกลายเป็นเพียงวันเก่าๆ ที่น่าเสียดาย
และ...เวลาที่น่าเสียดายก็จะเพิ่มขึ้นๆ

จริงๆ แล้ว วันคืนในอดีต
ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับเราเลย
นอกจากมีไว้ให้ นึ ก ถึ ง
อาจจะทำให้เรายิ้มได้บ้าง แต่ทำให้เราคาดหวังไม่ได้
เราจะไปหวังว่าวันหนึ่ง วันเหล่านั้นจะกลับมา
หรือจะไปเฝ้าฝันว่าความสุขเหล่านั้นยังคงเป็นปัจจุบัน
หรือหลอกตัวเองว่าตอนนี้ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม
จะยังไงก็แล้วแต่คือการหลอกตัวเองทั้งนั้น
ยอมรับเถอะว่าทุกอย่างได้ผ่านไปแล้ว และจบไปแล้ว
ความทรงจำเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น

เวลาที่ผ่านมาไม่ว่าจะ 1 ปี 5 ปี หรือกี่สิบปี
ก้อไม่ได้มีความหมายมากไปกว่า...
หนึ่งวันข้างหน้าที่เราจะต้องมีชีวิตใหม่ ที่เราจะต้องเริ่มต้นใหม่
เมื่อคนเราต้องอยู่กับปัจจุบัน
เพื่อที่จะสร้างอนาคตให้ตัวเองได้อยู่ในอนาคตที่ดี

เวลา 10 ปี กับวันคืนที่เคยหวานชื่น
ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่า 1 วันแห่งการเริ่มต้น
1 วันแห่งการแปรเปลี่ยนชีวิตของเราทั้งชีวิต ใ ห้ ดี ก ว่ า ที่ เ ป็ น
" หากจะเสียดายเวลาน่ะ ไม่ต้องเสียดายเวลาที่คบกันมาหรอก
ให้เสียดายเวลาในวันข้างหน้า
ที่จะอดทนคบไปทั้งที่ไม่มีอะไรแล้วจะดีกว่า
แล้วยังจะมาเสียดายอดีต...

นึกดูดีๆ ว่าเสียดายอนาคต ดีกว่าไหม
ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก thaireaderclub.com

4 ข้อทายนิสัย (ลองดูนะว่าตรงรึเปล่า ???)

1. สัตว์ชนิดใดต่อไปนี้ที่คุณเกลียดมากที่สุด

1. แมงมุม 2. แมลงสาบ 3. ตุ๊กแก 4. ตะขาบ

2. ขณะที่คุณกำลังเดินอยู่บนสะพานลอยเพื่อที่จะข้ามถนนไปห้างสรรพสินค้า คุณเจอขอทานบริเวณบันไดทางลง และคุณให้เงินแก่ขอทาน(ใจบุญมากๆ ) คุณคิดว่าขอทานคนนั้นมีลักษณะอย่างไร

1. ตาบอด 2. พิการ 3. คนแก่ 4. เด็ก

3. คุณนัดกะเพื่อนๆ ไปเที่ยวทะเล และแวะกินอาหารทะเลด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย ทุกคนทานอาหารเหมือนๆ กัน เมื่อไปถึงที่พัก ปรากฎว่า คุณเกิดท้องเสีย แต่เพื่อนๆ ไม่เป็นอะไรเลย (กระเพาะหนามากๆ) คุณคิดว่าอาหารทะเลชนิดใดเป็นสาเหตุให้คุณท้องเสีย

1. กุ้ง 2. หอย 3. ปู 4. ปลา 5. ปลาหมึก

4. ในวันหยุด คุณเดินทางโดยเครื่องบินไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณอยากไปพักผ่อน ขณะนี้คุณนั่งเครื่องมาได้ครึ่งทางแล้ว คุณคิดว่าด้านล่างของเครื่องบินเป็นอะไร

1. อาคารบ้านเรือน 2. ทะเล 3. ป่าไม้ 4. ทุ่งหญ้า

เฉลยจ้า ... มาดูกันสิว่าตรงใจคุณแค่ไหน

1. สัตว์ที่คุณเกลียด สื่อถึง นิสัยบางอย่างที่เมื่อคุณพบในตัวคนรักหรือคนที่คุณกำลังให้ความสนใจ คุณจะเลิกคบและเลิกให้ความสนใจคนๆ นั้นทันที 1. แมงมุม สื่อถึง ความลึกลับน่ากลัว 2. แมงสาบ สื่อถึง ความไม่แน่นอน ลังเลใจ ไม่มีความเป็นผู้นำ 3. ตุ๊กแก สื่อถึง ความเจ้าเล่ห์ไม่จริงใจ 4. ตะขาบ สื่อถึง ความสนิทสนมเพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่าง

2. ลักษณะของขอทาน สื่อถึง บุคคลที่มีความสำคัญหรือจำเป็นต่อชีวิตของคุณ ซึ่งจะทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปในทางที่ดี แต่คุณไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนๆ นั้น 1. คนตาบอด สื่อถึง คนรัก หรือเพื่อน 2. คนพิการ สื่อถึง ญาติพี่น้อง 3. คนแก่ สื่อถึง พ่อแม่ 4. เด็ก สื่อถึง ตัวของคุณเอง

3. อาหารทะเลที่ทำให้คุณท้องเสีย สื่อถึง ข้อบกพร่องของคุณที่ควรระมัดระวังเพราะอาจทำให้เพื่อนๆ รู้สึกไม่ดีกับคุณ 1. กุ้ง สื่อถึง ความไม่มั่นใจในตัวเอง ลังเลตัดสินใจด้วยตัวเองไม่ได ้ต้องขอคำปรึกษาจากคนอื่นอยู่ตลอดเวลา 2. หอย สื่อถึง ความขี้เกรงใจ จนบางครั้งมากเกินไป 3. ปู สื่อถึง ความเป็นคนไม่แน่นแน เจ้าอารมณ์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย 4. ปลา สื่อถึง ความเป็นคนไม่รู้จักพอเอาแต่ใจตัวเองต้องการความสมบูรณ์แบบอยู่ตลอดเวลาทำใ ห้บางครั้งคุณอาจแสดงกิริยาเกินหน้าเกินตาเพื่อนๆ 5. ปลาหมึก สื่อถึง การเอาเรื่องส่วนตัวของเพื่อนๆมาพูดในที่สาธารณะ

4. สิ่งที่คุณเห็นอยู่ด้านล่าง สื่อถึง ปัญหาในชีวิตที่คุณอยากจะหนีไปให้พ้น 1. อาคารบ้านเรือน สื่อถึง ปัญหาที่เกิดจากที่ทำงาน การเรียนหรือความ สัมพันธ์ของคุณกับ เพื่อนร่วมงาน 2. ทะเล สื่อถึง ปัญหาเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นจากตัวคุณเอง 3. ป่าไม้ สื่อถึง ปัญหาภายในครอบครัว หรือเรื่องราวความรักของคุณ 4. ทุ่งหญ้า สื่อถึงปัญหาที่เกิดจากเพื่อนหรือความสัมพันธ์ของคุณกับคนรอบข้าง